ฉันจะต้องไป! ฉันต้องออกไปจากที่นี่...ถึงเวลาแล้วสินะที่ต้องแผ้วหนทางไปสู่พื้นที่ของฉันเอง มันไม่แปลกหรอก ใครๆก็ต้องมีพื้นที่ของตนทั้งนั้นโดยเฉพาะคนหนุ่ม คนเราน่ะมันต้องเดินทางทั้งชีวิตแหละเธอก็เข้าใจไม่ใช่หรือ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิที่รักอย่าหลั่งน้ำตาและอย่าทำหน้าไร้เดียงสาหน่อยเลย เธอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะมาถึงฉันก็รู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะมาถึง เราทั้งคู่รู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะมาถึงอย่าไปคิดถึงวันคืนก่อนเก่า...มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย เราพบกันเพื่อวันหนึ่งเราจะพราก ชีวิตก็แค่นั้นเอง จะไปไหนน่ะรึฉันเองยังไม่รู้เหมือนกันแต่เธออย่ากังวลเลย ฉันอาจจะกลับไปมหาสารคามนั่นแหละ จำได้ไหมฉันพูดกับเธออยู่เสมอว่ามหาสารคามเป็นบ้านของฉัน ฉันเพียงแต่คิดถึงถนนสายนั้น ร้านเหล้าหลังมอเก่า คิดถึงดวงอาทิตย์สีแดงดวงโตยามเช้าในเดือนธันวาคม ฉันคิดถึงสิ่งเหล่านี้ฉันจึงต้องไป ความคุ้นเคยเก่าก่อนเข้าเกาะกุมหัวใจฉัน ปล่อยมือฉันเถอะที่รัก สายลมที่พัดอยู่ในขณะนี้ได้พัดพาหัวใจของฉันไปจากที่นี่เสียแล้ว ฉันจึงไม่อาจอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป เปล่าเลยฉันไม่ได้จากไปอย่างผู้พ่ายแพ้ เธอรู้จักฉันดี ผู้ที่ศรัทธาในตนเองไม่มีทางพ่ายแพ้หรอก ฉันเลือกทางเดินเองเพราะฉันเชื่อในวิถีของฉัน เธอต่างหากที่ต่างจากฉันเธอไม่เคยศรัทธาในตัวเธอเองเลย นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอเป็นเธอแบบนี้ ปาวิตา หญิงสาวผู้เอาความศรัทธาไปแขวนไว้กับคุณธรรม จริยธรรมทางสังคม เธอรู้ดีว่าคนรอบข้างจะตำหนิเธอถ้าเธอไม่ทำตามข้อตกลงขององค์กร เธอรู้ดีว่าคนรอบข้างจะตำหนิเธอถ้าเธอตื่นสาย เธอรู้ดีว่าคนรอบข้างจะตำหนิเธอถ้าไม่แสดงน้ำใจโดยการช่วยเหลือคนเหล่านั้น ทว่าสิ่งเดียวที่เธอไม่รู้...ซึ่งฉันว่ามันน่าเศร้าที่สุดก็คือ...เธอรักที่จะทำอะไร และทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นผลมาจากเธอไม่ศรัทธาตัวเธอเอง ปล่อยมือฉันเถอะที่รัก มือที่นุ่มละมุนของเธอกำลังเกาะกุมซากศพแห่งวัยหนุ่มของฉัน หัวใจของฉันไม่ได้อยู่ที่นี่เสียแล้ว ปล่อยมือเถอะ วัยหนุ่มกำลังจะจากฉันไปหากฉันอยู่ที่นี่ต่อไป! ฉันอยู่ที่นี่มานานเกินไป ฉันจากมหาสารคามมานานเกินไป ถึงที่นั่นจะไม่ใช่บ้านเกิดแต่ฉันก็ต้องกลับไปฉันรู้ดีว่าถึงฉันจะกลับไปทุกสิ่งทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม แต่ก็ช่างทุกสิ่งทุกอย่างมันสิ ฉันเพียงแต่ต้องกลับไป กลับไปเช่าห้องเก่าๆที่ราคามันถูกๆสักห้อง วิถีชีวิตของฉันจะไม่ขึ้นกับระบบเวลาอีกต่อไป ฉันจะนอนฟังเพลงของเนลยัง เพลงของบ็อบ ดีแลน หรือเพลงอะไรก็ได้ที่ฉันอยากฟัง ฉันจะอ่านหนังสือที่อยากอ่านในเวลาไหนก็ได้ และมีเวลาเขียนหนังสือหรือบางคืนอาจแวะไปร้านเหล้าที่เคยนั่งประจำสมัยเป็นนักศึกษา เชื่อฉันสิว่าเมื่อฉันกลับไปมหาสารคามวัยหนุ่มของฉันจะกลับมา พลังแห่งการทำงานเขียนจะกลับมา อย่าทำหน้าแบบนั้น ยิ้มสิ ยิ้มให้เหมือนกับครั้งแรกที่เราพบกัน ปาวิตา เธอจำได้ไหม นั่นมันเกือบสองปีมาแล้ว หลังจากนั้นฉันไม่เคยเห็นเธอยิ้มอย่างมีความสุขแบบนั้นอีกเลย ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม บางครั้งดูเหมือนเธอเป็นคนที่เข้าใจฉันที่สุด แต่บางคราเหมือนเธอไม่เข้าใจฉันเลย เธอจำได้ไหมมีอยู่วันหนึ่งเธอยืมหนังสือ ออฟ ไมค์แอนด์ เมนของฉันไปอ่าน หลายวันต่อมาหลังจากเธออ่านมันจบแล้วเธอบอกฉันว่าเธอไม่เข้าใจจอร์จที่ตัดสินใจฆ่าเล็นนี่ แน่นอนเธอไม่มีวันเข้าใจ! เช่นเดียวกับที่เธอไม่เข้าใจฉันในขณะนี้ ปาวิตา ตัดเหตุผลแห่งความถูกต้อง บรรทัดฐานทางคุณธรรมจริยธรรมจอมปลอมออกซะบ้าง ใช้ชีวิตอย่างที่เธออยากใช้แล้วเธอจะมีความสุขมากขึ้น อย่าลืมชีวิตเป็นของเธอเอง  ในฐานะคนละคร ฉันไม่ได้ผิดหวังกับละครเวทีเลย ด้วยความสัตย์จริงฉันเชื่อมั่นว่าละครที่ดีจะเปลี่ยนแปลงสังคมได้เช่นเดียวกับที่ฉันเชื่อว่าวรรณกรรมดีๆ เพลงดีๆ หรือศิลปะที่ดีๆ จะเปลี่ยนสังคมได้ เพียงแต่ฉันต้องไปเพราะถึงเวลาที่ฉันต้องไปแล้วก็เท่านั้น ฉันยอมรับฉันเรียนรู้อะไรมากมายจากที่นี่ ฉันเรียนรู้ชีวิตผ่านการละคร เพียงแต่ในขณะนี้ฉันตั้งคำถามมากเกินไป และเผอิญไม่สามารถหาคำตอบที่ดีมาอธิบายตนเองได้ เธอลองมองดูรอบตัวเธอสิ นักการละครที่ทำงานร่วมกับเธอมีสักกี่คนที่เชื่อในพลังของศิลปะการละคร มีสักกี่คนที่ทำละครด้วยความรักและหวังว่าคนดูละคร จะเข้าใจในสิ่งที่เราจะบอก รอบๆข้างเธอน่ะมีสักกี่คนกัน เธอจำที่ฉันเล่าเกี่ยวกับคนขายบะหมี่เกี๊ยวที่มหาสารคามได้มั้ย ร้านที่อยู่ตรงสามแยกกาฬสินธุ์ ที่คนขายเป็นชายผมยาวแต่งตัวเป็นคนพันธุ์ร็อค นั่นน่ะคือตัวอย่างของคนผู้ศรัทธาในตนเอง เขาเชื่อในวิถีทางที่เขาเป็นเขาทำงานด้วยจิตวิญญาณ ฉันว่าคนที่นี่หลายคนสู้เขาไม่ได้ และคนที่นี่หลายคนไม่สมควรทำงานศิลปะ! ฉันรู้ว่าเรื่องนี้เธอเห็นเหมือนที่ฉันเห็นและเธอคงคิดว่าฉันยังไม่สมควรไปในตอนนี้ แต่ฉันต้องไปแล้ว อย่าห้ามฉันเลยจิตใจของฉันมันโหยหาลมหนาวและสายหมอกยามรุ่งอรุณของผืนดินลุ่มน้ำชีเหลือเกิน ฉันต้องออกไปดูชีวิตของผู้คนซะบ้าง เธอรู้มั้ยนอกจากความทรงจำที่สวยงามในวัยวันเหล่านั้น ฉันยังเชื่อว่ามหาสารคามเป็นแหล่งเพาะเมล็ดพันธุ์ในวัยหนุ่มสาวที่มีคุณภาพอีกด้วย อาจเพราะผืนดินที่นั่นเหมาะสำหรับคนวัยแสวงหา อาจเพราะที่นั่นไม่มีความเจริญมากเกินจำเป็น หรือแม้ว่าตอนนี้มหาสารคามอาจกลายเป็นสังคมเมืองที่เจริญเติบโตรวดเร็วที่สุด และนี่คือสิ่งที่ฉันกลัว! แต่ฉันก็ยังเชื่อว่าผืนดินแผ่นฟ้าและอากาศที่นั่นเหมาะสำหรับนางนวลในวัยแสวงหาอยู่เสมอ ด้วยเหตุต่างๆนี้จึงไม่มีเหตุผลใดเลยที่ฉันจะไม่กลับไปมหาสารคาม บ้านของฉัน.